บางคนบอกว่าศาสนาเป็นเรื่องไกลตัว

แต่จริงๆแล้วศาสนาก็อยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคนนะคะ

จะสังเกตุได้จาก

คนเรามีความพอใจและไม่พอใจอยูเสมอ

วันๆหนึ่ง ถ้านั่งนับกันจริงๆ

ก็คงจะเป็นหลายๆร้อยครั้ง

บางครั้งสุขบางครั้งทุกข์สลับกันไป

แต่คนเราจะรู้สึกสบาย

ก็เมื่อในเวลาที่เราไม่รู้สึกสุขหรือทุกข์นั่นแหละค่ะ

ย้ำว่าสบายนะคะ ไม่ใช่สุข ไม่ใช่ทุกข์

 

ยกตัวอย่างเช่นเวลาแฟนโทรมา

เราก็ดีใจ รู้สึกหัวใจพองโต

แต่ในเวลาเดียวกัน ก็มีความกลัวอยู่ลึกๆว่ามันจะจบลง

และไม่อยากให้เค้าวางหูเร็วเกินไปนัก

แต่ถ้าแฟนวางหูไปเพราะงานเข้า

เราก็จะเกิดอารมณ์เศร้า

เริ่มคิดว่าทำไมหนอ

เขาถึงไม่คุยกะเรา นานกว่านี้อีกหน่อยนะ

สุข-ทุกข์ อย่างนี้ไปเรื่อยสลับๆกันไป

 

การตอกย้ำทางอารมณ์เช่นนี้

ทำให้เราตกอยู่ใน วังวนของอารมณ์

อย่างหาทางออกไม่ได้ทีเดียวเชียว

(เหตุเพราะเรา ไม่รู้ตัวนั่นเอง)

บางคนเมื่อสุข-ทุกข์หนักๆเข้าก็หาทางหนี

ไปเที่ยวทะเล ภูเขา หาธรรมชาติดู

ที่ใครๆเขาเรียกกันว่าไปชาร์ตแบต

เพราะการอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

เป็นการผ่อนคลายทางอารมณ์ที่ดีมากๆ

ต้นไม้ ไม่มีคำพูด ท้องฟ้าไม่หงุดหงิด

และทะเลก็ไม่บ่นว่าใคร

ทำให้ไม่มีอารมณ์ใหม่ๆมาให้หนักจิตหนักใจกันอีก

ดังนั้นศาสนา มีอยู่ในทุกที่ค่ะ

เพราะศาสนาอยู่ในตัวของเรา

อยู่ในเมือง และอยู่ในป่า 

อยู่ในทุกที่ๆมีความสุข ความทุกข์

และที่ๆไม่มีทั้งสุขและทุกข์ค่ะ

****

ถ้าใครไม่ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาตินานแล้ว

แนะนำให้ไปลองปล่อยอารมณ์

ที่เราเก็บสะสมเอาไว้ ไปทิ้งบ้างนะคะ

จะได้ตัวเบา หัวก็จะได้โล่ง

และได้หายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปบ้างค่ะ

 

 

Photobucket